วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2553

แด่แม่คนที่สามของฉัน


           แม้นเวลาผ่านเนิ่นนานสักแค่ไหน


          แต่หัวใจของนักเรียนยังเฝ้าฝัน

    จะยังรักคุณครูทุกทุกวัน

      ให้เหมือนกับวันวานที่ผ่านมา

     ทุกคำสอนของคุณครูที่มอบให้

    จะติดตรึงซึ้งฤทัยเป็นหนักหนา

   จะน้อมนำทุกอย่างที่ให้มา

     เป็นปรัชญาให้ชีวิตก้าวต่อไป

ขอบพระคุณคุณครูของหนูนี้

และจดจำสิ่งดีดีที่มอบให้

หากจากนี้มีโอกาสในวันใด

หนูคงได้กลับกราบแทบตักครู

ทุกคำสอนจากครูจะไม่ลบ

หากได้พบครูคงไม่ลืมหนู

แม้เวลาผ่านนานศิษย์ไม่ลืมครู

ขอครูได้รับรู้ด้วยหัวใจ

หากกลอนนี้ที่เขียนมาไม่ไพเราะ

ไม่เสนาะเหมือนดังกลอนไหนไหน

แต่กลอนนี้เขียนออกมาจากใจ

ของลูกศิษย์ที่เติบใหญ่ของคุณครู

พระราชกรรียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลา ๖๐ ปีที่พระองค์ทรงดำรงฐานะเป็นพระประมุขของชาติ เป็นระยะเวลาการครองราชย์ที่ยาวนานกว่ามหาราชาองค์ใดในโลกและบูรพกษัตริย์องค์ใดในแดนสยาม และเป็นเวลา ๖๐ ปีนี้เอง ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญาความสามารถ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เป็นนิจนานัปการ ด้วยหวังให้มหาชนชาวสยามถึงพร้อมด้วยประโยชน์สุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ตั้งแต่สมัยเมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ดังพระปฐมบรมราชโองการที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม




พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมาย ทั้งในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปะวัฒนธรรม และด้านการกีฬา



แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องที่ต่างๆ พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่เหล่านั้นด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปี เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ และจะทรงหาโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เสมอ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง



ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

สรุปความคิดเห็น

จากคำถาม:วางตัวอย่างไรให้น่าคบ...จากเพื่อนๆ26ความคิดเห็น

เราควรให้เกียรเพื่อนหรือบุคคลรอบข้าง

ไม่เห็นแก่ตัวเเละควรมีน้ำใจเพราะน้ำใจคือสิ่งที่ทำให้เกิดมิตรภาพ

ว่างตัวให้ถูกกาละเทศะให้ถูกเวลา ไม่พูดจาดูถูกหรือซ้ำเติมผู้อื่น

เอาใจเขามาใส่ใจเราว่าเมื่อการกระทำใดที่เรามอบให้เขาเมื่อเรา

ได้รับเองเราจะรู้สึกยังไง

ก็ขอฝากเพื่อนๆไว้ด้วยนะค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้

เพราะมือผู้ให้จะอยู่เหนือมือผู้รับเสมอ จิตใจของผู้ให้ก็สูงกว่าเช่นเดียวกัน^^

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

ประหอเอนเมืองปิซา

หอเอนปิซา ภาษาอังกฤษคือ Leaning Tower of Pisa

ภาษาฝรั่งเศส Tour de Pise

ภาษาอิตาลี Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa

เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อน 181 ฟุต (55 เมตร)

เป็นหอระฆังที่มีลักษณะเอียงเหมือนกับจะโค่นล้ม

เริ่มสร้าง เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1174 แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ชั้น 4-5

เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว


อย่างไรก็ตาม หอก็ถูกสร้างเสร็จ 8 ชั้นในปี ค.ศ.1350

ซึ่งได้เปลี่ยนแผนการสร้างให้ถ่วงดุลความเอียงของหอ

โดยที่สถาปนิกเองก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก ว่ามันจะออกมาได้สำเร็จหรือไม่ อย่างไร

หอเอนปิซานี้ ใช้เวลาสร้างรวมทั้งหมด 176 ปี

นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาการสร้างยาวนานที่สุด

และแม้จะสำเร็จด้วยดี แต่หอก็เอนไปจากแนวตั้งฉากถึง 14 ฟุต แต่ไม่ล้ม


ภายในหอ จะมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายไว้อย่างสวยงามโดยจิตรกรชื่อดัง

กาลิเลโอเคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง

ปัจจุบันหอถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมแล้ว

เพื่ออนุรักษ์หอนี้ให้อยู่ในสภาพเอนต่อไป ไม่ให้ล้มลงมาได้